ร.5 ทำอะไรหรือ ?

ผมได้อ่านเรื่อง ร.5 ทำอะไรหรือ ? จากเพจ เกร็ดประวัติศาสตร์แล้ว ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระพุทธเจ้าหลวง ร.5  มาก
เมื่อได้รู้ความจริงในการผนวกเอาเชียงใหม่มาไว้กับเมืองสยาม ในกาลครั้งนั้น จึงขอนำพระเกียรติคุณของพระองค์ท่านมาเผยแพร่
อีกทาง ดังต่อไปนี้
—————————————–

ร.5 ทำอะไรหรือ ?
ถ้านางไม่รู้เรื่องมาก่อน นางก็คงเป็นหนึ่งในคนที่นั่งตบมือสนุกกับการบรรยายอันหยาบคายนั้น..
“แหวน” เป็นสาวเจียงใหม่ แต่มาเป็นนิสิตน้อย เรียนที่กรุงเทพฯ นางก็จะเรียบร้อยหงิมๆ ใครพูดอะไรแรงๆใส่ก็จะน้ำตาคลอ บุคลิกประมาณนั้น
เทอมหนึ่ง..แหวนทำรายงานเรื่องชนกลุ่มน้อยในพม่า นางก็พรีเชนต์หน้าห้อง เนื้อหาและรูปภาพบางส่วนทำเอาทุกคนสะเทือนใจ
เพราะชนกลุ่มน้อยเหล่านั้นมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ต้องสู้รบกับพม่าอยู่ตลอดเวลา เรียกได้ว่าเป็นดินแดนที่รันทดที่สุดแห่งหนึ่งในโลกก็ว่าได้
รายงานเสร็จแหวนบอกว่า “ทำเปเปอร์เรื่องชนกลุ่มน้อยในพม่าคราวนี้ ทำให้คิดได้ว่า ร.5 ท่านมีบุญคุณล้นหัว”
ทุกคนก็งงว่า ร.5 มาเกี่ยวไรกับชนกลุ่มน้อยของพม่าวะ
นางก็เงียบๆอึนๆของนาง จริงๆคือมีเพื่อนในกลุ่มที่เกลียดเจ้าแบบรุนแรงมาก พวกเราเลยมักหลีกเลี่ยงที่จะคุยประเด็นอะไรแบบนี้
หลังจากนั้นไม่นาน ภาควิชาก็มีการจัดงานสัมมนา หัวข้อเกี่ยวกับ สมัย ร.5 วิทยากรก็จะมีทั้งอาจารย์ในภาค และมีอาจารย์จากภายนอกด้วย แต่ละท่านก็จะรับผิดชอบหัวข้อต่างๆกันไป
ทีนี้ก็มีอาจารย์จากภายนอกท่านหนึ่งรับผิดชอบบรรยายหัวข้อเกี่ยวกับ “การผนวกรวมเชียงใหม่กับสยาม”
ความแปลกของอาจารย์ท่านนี้คือ เค้าดูเหมือนโกรธ ร.5 ที่ดึงเชียงใหม่มาอยู่กับสยาม ไปลดทอนทำลายอำนาจของเจ้านายฝ่ายเหนือ เหมือนในความคิดของเค้าคือ ร.5 ท่านใช้เล่ห์เพทุบายอะไรทำนองนั้น แล้วยิ่งบรรยายอารมณ์ก็ยิ่งคุกรุ่น
จนในที่สุดถึงกับหลุดคำหยาบออกมา
พวกที่เกลียดเจ้าก็ตบมือชอบใจกันใหญ่
พวกที่มีใจเป็นธรรมก็นั่งงงๆ กันอยู่ว่าโกรธท่านทำไมวะ เป็นใครก็ต้องทำแบบนั้นป่ะ
สิ้นเสียงตบมือ ไอ้แหวนคนหงิมๆ ก็ลุกขึ้นถาม อาจารย์ท่านนั้นว่า
“ถ้า ร.5 ไม่พยายามอย่างจริงจังที่จะดึงเชียงใหม่มาอยู่กับสยาม เชียงใหม่ก็ต้องตกเป็นของอังกฤษ
พออังกฤษปล่อยพม่า ชาวเชียงใหม่ก็คือชนกลุ่มน้อยในพม่า ใช่ไหมคะ”
อาจารย์เงียบ ไม่ตอบ
แหวนถามอีกว่า “เชียงใหม่เข้มแข็งพอจะตั้งอยู่เป็นรัฐอิสระระหว่างสยามกับอังกฤษหรือคะ”
อาจารย์เงียบไปพักหนึ่ง แล้วตอบเสียงเย็นชาหน้าบึ้งประมาณว่า
“คุณต้องดูด้วยว่าผมกำลังพูดประเด็นอะไร คุณถามนอกประเด็น และยังไม่ใช่เวลาที่อนุญาตให้ถาม”
ถ้าเป็นแหวนเวอร์ชั่นปกติ มันคงน้ำตาคลอไปแล้ว แต่ตอนนั้นเหมือนอะไรก็หยุดมันไม่ได้
แหวนพูดต่อว่า
“ที่ต้องแทรก เพราะหนูทนฟังอาจารย์หยาบคายใส่ ร.5 ไม่ได้ หนูเป็นคนเชียงใหม่ ถ้า ร.5 ท่านไม่ดึงเชียงใหม่มาไว้กับสยาม ป่านนี้เชียงใหม่ก็คือชนกลุ่มน้อยของพม่า แล้วคุณภาพชีวิตหนูจะเป็นยังไง
อาจารย์ทราบใช่ไหมว่าชนกลุ่มน้อยของพม่าเค้าลำบากมาก เด็กๆอายุยังไม่ทันเข้าวัยรุ่นดีก็ต้องจับปืนขึ้นสู้กับทหารพม่า วันดีคืนดีทหารพม่าบุกเข้าหมู่บ้าน ฆ่าผู้ชาย ข่มขืนผู้หญิง เผาหมู่บ้านวอดหมด
ดังนั้นการดึงเชียงใหม่มาไม่ใช่เล่ห์เพทุบาย แต่เป็นพระมหากรุณาธิคุณ
ถ้าหนูไม่ได้ทำเปเปอร์เกี่ยวกับชนกลุ่มน้อยในพม่าก่อนหน้านี้ หนูก็คงจะเป็นคนหนึ่งที่ตบมือชอบใจกับคำหยาบคายของอาจารย์ ”
แหวนมันพูดประมาณนี้ละค่ะ
ทุกคนในห้องคือตกตะลึงมาก
อาจารย์ของพวกเราต้องพาไอ้แหวนไปสงบสติอารมณ์ข้างนอก
ส่วนในห้องสัมมนา อาจารย์ท่านนั้นก็บรรยายต่อไปอีกแป๊บก็จบเอาดื้อๆ ขอตัวกลับไปพร้อมกับหงอกที่เกือบหมดหัว
เหตุการณ์นี้ทำให้เราคิดว่า จริงๆเราถูกชักจูงได้ง่ายกว่าที่คิดนะ
อย่างที่แหวนว่า ถ้านางไม่รู้เรื่องราวชีวิตของชนกลุ่มน้อยพม่ามาก่อน นางก็คงเป็นหนึ่งในคนที่นั่งตบมือสนุกกับการบรรยายอันหยาบคายนั้น ”
Cr. Himalai : กรุ๊ปไลน์: รวมใจเพื่อนสามารถ
Source: เรารักสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง
อ้างอิง และขอขอบคุณ เพจ เกร็ดประวัติศาสตร์