บัญชีบุญ-บัญชีบาป

“บัญชีบันทึกบุญ-บาป”
การทำบาปก็ดี การทำบุญก็ดี ทั้งหมดนี้เราไม่พ้นวิสัยของเทวดาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทวดาที่จะรู้เรื่องราวของเราคือ “ภูมิเทวดา” ที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลความเป็นมาของคนตามเขตของเขา แต่ละองค์ย่อมมีเขตจากที่นี่ถึงที่นั่น มีคนในเขตที่ต้องดูแลกี่คน
ถ้าเราทำบุญเวลาไหนจิตใจเป็นกุศลเฉพาะเวลา ไม่ใช่เฉพาะวันพระ ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาธรรมดาก็ดี เช่น เราบูชาพระตั้งใจเคารพพระไตรสรณคมน์ เราใส่บาตร เราให้ทานแก่สัตว์ เราให้ทานแก่คน เราถวายทานแก่พระ
คือว่า…เวลายามว่างจิตเราเป็นกุศลขึ้นมา เรานึกถึงพระพุทธเจ้าก็ดี นึกถึงพระธรรมก็ดี นึกถึงพระอริยสงฆ์ก็ดี ทีนี้จะนึกถึงการสวดมนต์บทใดบทหนึ่งก็ตาม ที่เรามีความพอใจ ตั้งใจภาวนาก็ตาม เวลานั้นแม้แต่นิดหน่อยก็ตามที่เราทำบัญชีกุศลก็จะเกิดขึ้นกับเราที่สำนักพระยายมหรือว่าสำนักของภูมิเทวดา
ถึงเวลาวันโกนอย่างวันวานนี้ ก็เป็นหน้าที่ของเทวดาคือเวลาครึ่งเดือนเขาจะรายงานครั้งหนึ่ง มาถึงเวลาครึ่งเดือนเทวดาชั้นจาตุมหาราชรักษาเป็นเขต คุมพระภูมิเป็นเขต ๆ ก็จะมาขอรับบัญชีจากพระภูมิ
เมื่อรับบัญชีจากพระภูมิเทวดาแล้วก็นำไปให้มหาอำมาตย์ บรรดามหาอำมาตย์ก็นำไปให้ท้าวมหาราช มีท้าวเวสสุวรรณเป็นต้น หลังจากนั้นท้าวเวสสุวรรณก็แบ่งบัญชีเป็น 2 ส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบัญชีบำเพ็ญกุศล ใจที่เป็นกุศลด้วยการกระทำกุศลส่งให้เทวดานำไปส่งให้ “ปัญจสิกขเทพบุตร” ที่เป็นเลขาพระอินทร์
แล้วก็สำหรับบัญชีบุญกับบัญชีบาปร่วมกัน ให้เทวดาอีกพวกหนึ่งนำไปให้พระยายมบันทึกไว้เฉพาะ
ฉะนั้น…การทำบุญทำกุศลของบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย ไม่เป็นการไร้ผลเปล่า ย่อมตกอยู่ในบัญชีของความดี
และเวลาไหน…วันพระไหนปรากฎว่ามีคนทำบุญมาก เมื่อปัญจสิกขเทพบุตรรายงานให้พระอินทร์ทราบ เทวดาประชุมกันก็แสดงอาการรื่นเริง
…บัญชีของพระยายมมี 3 สี พระยายมก็บันทึกแยกบัญชีไว้ ถ้าคนใดมีบัญชีสีแดงเขียนด้วยสีแดง คนประเภทนั้นเวลาตายจากความเป็นคน “ลงนรก” ไม่ผ่านสำนักพระยายม
ถ้าท่านผู้ใดมีชื่ออยู่ในบัญชีสีน้ำเงิน คือเขาเรียกว่าบันทึกด้วยสีน้ำเงิน สีน้ำเงินค่อนข้างดำ คนประเภทนี้เวลาตายนี่ขึ้นชื่อว่า ความชั่วก็มีความดีก็ปรากฏ หมายความว่ามีทั้งบุญทั้งบาป แต่แบบไม่ร้ายแรงนะ มีบุญกำลังบุญไม่สูงมาก ก็ต้องไปสำนักพระยายมก่อนให้พระยายมสอบสวน ถ้าเวลาที่พระยายมสอบสวน เวลาท่านสอบถามว่าเคยทำบาปอย่างนั้นอย่างนี้มาไหม
ท่านสอบตามบัญชีและตามความเป็นจริง ถ้าเราไม่ตอบเราไม่คัดค้านในเวลานั้นเพราะกฎของกรรมบังคับก็แสดงว่า ท่านบุคคลผู้นั้นต้องลงนรก และต่อมาเมื่อถามถึงบาปแล้ว ก็ยังไม่ปล่อยลงนรกก็ถามถึงบุญ
ถ้าทำถึงบุญอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าบังเอิญเรานึกขึ้นมาได้ว่า บุญอย่างนี้ผมเคยทำ ถึงแม้ว่าจะมีบาปมากสักปานใดก็ตาม เว้นไว้แต่อนันตริยกรรมอย่างนี้ ท่านจะสั่งว่าให้ไปรับผลของความดีก่อน ไปเป็นเทวดาเป็นนางฟ้าหรือเป็นพรหมก่อน

นี่แหละบรรดาท่านพุทธบริษัท ขึ้นชื่อว่าการนึกถึงบุญ การทำบุญมีกุศลมีผลอย่างนี้

พระราชพรหมยาน,นิตยสารธัมมวิโมกข์ (2560),440,18-20
Facebook : นิตยสารธัมมวิโมกข์ วัดท่าซุง
แสดงเจตนา
เรื่องและภาพรวบรวมมาจากอินเตอร์เน็ตที่เจ้าของไม่ได้สงวนสิทธิ์ในการเผยแพร่ไว้
ข้าพเจ้าขออนุโมทนาในเจตนากุศลในการเผยแพร่ธรรมทานอย่างบริสุทธิ์ของท่านเหล่านั้น
หากข้อความใดหรือภาพใดมีผู้หวงห้าม ข้าพเจ้าขออภัยและขอบอกกล่าวว่า ไม่มีเจตนาลักขโมยของท่าน
เพียงนำมาเผยแพร่เป็นธรรมทานให้ผู้สนใจทั่วไป และมีเจตนาให้นำไปเผยแพร่ต่อได้
ขอขอบคุณ เรื่องและภาพจากอินเตอร์เน็ต
นายนิคม พวงรัตน์ รวบรวม เรียบเรียง เผยแพร่