เกิดเหตุอัศจรรย์…ให้โยมมารดาช่วยชีวิตหลวงปู่ชอบ…เพราะเห็นพระนางมัทรีเสด็จมาปรากฎ..

“เกิดเหตุอัศจรรย์…ให้โยมมารดาช่วยชีวิตหลวงปู่ชอบ…เพราะเห็นพระนางมัทรีเสด็จมาปรากฎ…”

ระหว่างที่จำพรรษาอยู่ ณ วัดป่าหนองวัวซอนี้ ได้มีเหตุการณ์ที่น่าจะบันทึกไว้อย่างหนึ่ง คือ เวลากลางวันวันหนึ่ง
หลังจากหลวงปู่ได้ทำความเพียรอย่างเต็มที่แล้ว ท่านก็พักจำวัดอยู่ในกุฎี เผอิญวันนั้นโยมมารดาของท่านที่บวชเป็นชี
และยังอยู่ที่วัดหนองบัวบานได้มาเยี่ยมท่านที่วัด ท่านเล่าว่า กำลังจำวัดอยู่เพลิน ๆ เพราะเพิ่งจะพักจากการทำความเพียรอย่างหนึ่ง
อีกอย่างหนึ่งอากาศก็เป็นใจด้วยฝนกำลังตกอยู่ ตกใจตื่นด้วยเสียงโยมมาเรียกท่าน
“เร็ว ๆ เข้า รีบไปศาลาโดยด่วนเถอะคุณลูก นิมนต์ไปศาลา พระนางมัทรีมาอยู่ที่ศาลาแน่ะ…!
เร็วเถอะท่าน พระนางมัทรีมา” โยมเร่ง
ท่านบอกว่า ตื่นขึ้นด้วยเสียงเรียกของโยมมารดา ทั้งเร่งเร้า ทั้งทุบประตูกุฎี เสียงโยมว่า มีคนมา นิมนต์ให้ไปศาลา
ท่านรีบครองผ้าแล้วลงมาจากกุฎีมาทันทีเพื่อตามใจโยม ไม่ทันคิดว่าเป็นใคร มาทำไม ธุระอะไร โยมให้รีบไป ท่านก็ตามใจโยม
“พระนางมัทรีมาที่ศาลา” โยมแม่กล่าวย้ำ เมื่อเห็นท่านลงมาจากกุฎีแล้ว
ท่านว่า ท่านยังไม่ทันจะคิดอย่างไร สงสัยหรือค้านว่าพระนางมัทรี ที่ไหน อย่างไร พระนางมัทรีจะมาที่ศาลาได้อย่างไร
อย่าว่าแต่จะซักหรือคาดคั้นถามโยมเลย แม้แต่จะคิดพิจารณาอะไรก็ไม่ทันได้กระทำ พอท่านก้าวลงจากกุฎีพ้นได้อึดใจเดียว
เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดสนั่นพร้อมกับเสียงดังโครมใหญ่ก็บังเกิดขึ้น
กล่าวคือ ต้นไม้ใหญ่หน้ากุฎีท่าน หักโค่นล้มลงทับกุฎีของท่านแหลกละเอียดเป็นจุณไปต่อหน้าต่อตาท่านและโยมมารดาที่ยืนตะลึงอยู่ตรงนั้น
ถ้าหากท่านยังนอนหลับอยู่ในกุฎี … ท่านเล่าว่า ไม่อยากจะคิดเลย ว่าร่างกายจะแหลกเหลวไปฉันใด
ได้ความว่า ฝนตกหนักมากตั้งแต่ก่อนหน้านั้นตลอดทั้งวันทั้งคืน น้ำฝนคงจะเซาะรากต้นไม้ใหญ่ทีละน้อย
จึงถึงกาลเวลาที่มันไม่อาจจะยืนต้นต่อไปได้ก็หักโค่นลงมา
แต่อัศจรรย์ว่า เมื่อจะต้องหักโค่นลงมาทับกุฎีของท่าน ก็ให้เกิดเรื่องมาทำให้ท่านแคล้วคลาดพ้นภัยจากที่นั้นเสียได้

โยมมารดา เล่าว่า วันนั้นคิดอย่างไรไม่ทราบ ตั้งใจจะมาเยี่ยมพระลูกชาย แวะไปพักที่ศาลาก่อน ก็ได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ศาลา แ
ต่งตัวอย่างนางกษัตริย์ โยมแม่เล่าว่าทั้งประหลาดใจและดีใจมาก
…ประหลาดใจว่า พระนางมัทรีนั้นมีชื่ออยู่ในเวสสันดรชาดก ไม่คิดว่า จะมีตัวมีตนจริง ๆ
…ดีใจว่าได้เห็นพระนางมัทรีเสด็จมาถึงบนศาลาในกลางป่า ทั้งสวยงามทั้งแย้มยิ้มพริ้มพราย งามจับตาเหลือเกิน จึงอยากให้พระลูกชายรีบไปศาลา
ได้ดูนางมัทรีให้เป็นบุญตา
โยมยืนยันว่า เห็นพระนางมัทรีมาที่ศาลาจริง ๆ ถามชื่อนางกษัตริย์คนงาม นางก็บอกประกาศว่า ตนคือพระนางมัทรี โยมบอกว่า
เกิดมาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหน ที่สวยงามอย่างนั้นเลย
อย่างไรก็ตาม เมื่อเหตุการณ์ผ่านพ้นไปแล้ว โยมมารดานำท่านไปที่ศาลา ก็ไม่ปรากฎว่ามีนางมัทรี หรือผู้หญิงคนใดอยู่ที่นั่นเลย
ความจริง…ไม่มีใครบนศาลาเลยด้วยซ้ำ ! เห็นแต่ภาพระเวสสันดรและพระนางมัทรี ที่ติดประดับอยู่บนศาลามาแต่ก่อนเท่านั้น…,!!
ถ้าไม่กล่าวว่า เป็นเพราะเหตุอัศจรรย์ก็ไม่รู้ว่าจะกล่าวอย่างไร…เทวดาจึงได้บันดาลนิมิตเพศเป็นพระนางมัทรีมาให้โยมมารดาเห็น
และไปเรียกท่านให้พ้นภัยที่จะต้องถูกต้นไม้ใหญ่โค่นล้มลงทับกุฎีที่ท่านจำวัดอยู่..

***ขออนุโมทนา ขอขอบคุณและขออนุญาตเผยแผ่เป็นธรรมทานแก่ผู้ที่มีความศรัทธา ข้อความข้างบนนี้เป็นโอวาทธรรมส่วนหนึ่ง
จากหนังสือ “ชีวประวัติ พระคุณเจ้า หลวงปู่ชอบ ฐานสโม” วัดป่าโคกมน บ้านโคกมน ต.ผาน้อย อ.วังสะพุง จ.เลย หน้า ๔๙ – ๕๑